ภาควิชาวิสัญญีวิทยา Anesthesiology

หลักสูตรและเกณฑ์การฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน
เพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
สาขาวิชาวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาฉบับ พ.ศ. 2560

หลักสูตร

(ภาษาไทย) หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาวิสัญญีวิทยาโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
(ภาษาอังกฤษ) Maharat Nakhon Ratchasima Anesthesia Residency Training Curriculum

ชื่อวุฒิบัตร

ชื่อเต็ม
(ภาษาไทย) วุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาวิสัญญีวิทยา
(ภาษาอังกฤษ) Diploma of the Thai Board of Anesthesiology
ชื่อย่อ
(ภาษาไทย) ว.ว. สาขาวิสัญญีวิทยา
(ภาษาอังกฤษ) Diploma Thai Board of Anesthesiology

หน่วยงานที่รับผิดชอบ

ภาควิชาวิสัญญีวิทยาโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ภายใต้การกำกับดูแลของราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย

พันธกิจของการฝึกอบรม/หลักสูตร

“ ผลิตวิสัญญีแพทย์ที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานและมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยคำนึงถึงความต้องการด้านสุขภาพของชุมชน สังคม และระบบบริการสุขภาพให้สอดคล้องกับนโยบายด้านบริการสุขภาพของประเทศ เพื่อพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิและศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูงให้เป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ ”

ผลลัพธ์ทางการศึกษา

แพทย์ที่จบการฝึกอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาวิสัญญีวิทยาต้องมีคุณสมบัติ และความรู้ความสามารถขั้นต่ำตามสมรรถนะหลักทั้ง 6 ด้านดังนี้
1) การดูแลรักษาผู้ป่วย (Patient Care)
1.1 มีทักษะในการดูแลด้านวิสัญญีวิทยาตั้งแต่ระยะก่อน ระหว่าง หลังผ่าตัด และ ภาวะแทรกซ้อนจากการ ระงับความรู้สึก
1.2 มีทักษะในการระงับความรู้สึกแบบทั่วไป เฉพาะส่วน และเฝ้าระวังระหว่างการระงับความรู้สึกในผู้ป่วยโรคต่างๆ
1.3 มีทักษะในการดูแลทางเดินหายใจ (Airway Management)
1.4 มีทักษะในการช่วยฟื้นคืนชีพผู้ป่วย (Cardiopulmonary Resuscitation)
1.5 มีทักษะในการดูแลและรักษาผู้ป่วยวิกฤติ และ การบำบัดทางระบบหายใจ (Respiratory Care)
1.6 มีทักษะในการดูแลและรักษาความปวด
2) ความรู้ ความเชี่ยวชาญและความสามารถในการนำไปใช้แก้ปัญหาของผู้ป่วยและสังคมรอบด้าน (Medical knowledge and Skills)
2.1 เข้าใจวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานของร่างกายและจิตใจที่เกี่ยวข้องกับวิสัญญีวิทยา
2.2 มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ และเชี่ยวชาญในสาขาวิสัญญีวิทยา
3) การเรียนรู้จากการปฏิบัติและการพัฒนาตนเอง (Practice-Based Learning and Improvement)
3.1 ดำเนินการวิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุขได้
3.2 วิพากษ์บทความและงานวิจัยทางการแพทย์
3.3 เรียนรู้และเพิ่มประสบการณ์ได้ด้วยตนเองจากการปฏิบัติ
4) ทักษะปฏิสัมพันธ์ และการสื่อสาร (Interpersonal and Communication Skills)
4.1 นำเสนอข้อมูลผู้ป่วย และอภิปรายปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
4.2 ถ่ายทอดความรู้และทักษะให้แพทย์ นักศึกษาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
4.3 สื่อสารให้ข้อมูลแก่ญาติ และผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยมีเมตตา เคารพการตัดสินใจ และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
4.4 มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ทำงานกับผู้ร่วมงานทุกระดับอย่างมีประสิทธิภาพ
4.5 เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำแก่แพทย์และบุคคลากรอื่น โดยเฉพาะทางวิสัญญีวิทยา
5) ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)
5.1 มีคุณธรรมจริยธรรมและเจตคติอันดีต่อผู้ป่วย ญาติ ผู้ร่วมงาน เพื่อนร่วมวิชาชีพและชุมชน
5.2 มีทักษะด้านที่ไม่ใช่เทคนิค (Non-technical skills)
5.3 มีความสนใจใฝ่รู้และสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็นผู้เรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต (Continuous Professional Development)
5.4 มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
5.5 คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม
6) การปฏิบัติงานให้เข้ากับระบบ (System-Based Practice)
6.1 มีความรู้เกี่ยวกับระบบสุขภาพของประเทศ
6.2 มีความรู้และมีส่วนร่วมในระบบพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย
6.3 ใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างเหมาะสม (Cost Consciousness Medicine) และสามารถปรับเปลี่ยนการดูแล รักษาผู้ป่วยให้เข้ากับบริบทของการบริการสาธารณสุขได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ
องค์ประกอบ กำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ที่พึงประสงค์ด้าน
จำเพาะ  1. Patient Care
 2. Medical Knowledge and Skills
 3. Practice-based Learning and Improvement
ทั่วไป  4. Interpersonal and Communication Skills
 5. Professionalism
 6. System-based practice